รับมือโรคซึมเศร้า

posted on 13 Jul 2011 21:02 by jjapha in Diary
ได้กลับมาอัพบล็อกนี้หลังจากหายไปปีกับอีกหน่อยๆค่ะ
 
เรามีบล็อก 2 บล็อก ขอเรียกว่าบล็อกคนกับบล็อกดอลล์ เรื่องเกี่ยวกับตุ๊กตาของเราเราจะอัพไว้อีกบล็อกหนึ่ง ซึ่งก็ห่างจากการอัพอีกบล็อกไป 1 เดือน เพิ่งอัพใหม่เร็วๆนี้เหมือนกัน
 
ยังมีทริปตกค้างจากการไปฝึกงานที่อเมริกาเดือน เม.ย. - พ.ค. อีก แต่คงจะไม่ทันอัพแล้วค่ะ ตอนนี้เรากำลังจะมีการผจญภัยครั้งใหม่อีก คือการไปเรียนต่อที่อังกฤษ เราสมัครไปตั้งใจเรียนเอก แต่โดนดาวน์เกรดเป็นโท (เราจบโทแล้ว) เพราะว่าไม่เคยเรียน research แล้วก็ไม่มีพื้นฐาน finance กับสถิติที่แน่นพอ เลยกลายเป็นเรียน Master of Reserach in Accounting and Financial management แทนปริญญาเอก ถ้าสอบผ่านเขาค่อยพิจารณาอีกทีว่าจะขึ้นเอกได้หรือเปล่า
 
อ๊ะ ไม่ต้องแสดงความยินดีกับเราหรอกค่ะ
 
เพราะตอนนี้ไม่อยากจะไปเรียนแล้ว
 
ที่ผ่านมามีอะไรหลายๆอย่างกระทบจิตใจ กดดัน ทำให้วิตกกังวล พะวง แล้วเราก็ได้เป็นโรคยอดฮิตอย่าง "โรคซึมเศร้า" กับเค้าบ้างแล้วค่ะ
 
ให้วิเคราะห์หาสาเหตุนี่มียาวเหยียดเลย ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง แต่ว่าเราไม่ขอพูดถึงมันดีกว่า เดี๋ยวจะอัพบล็อกยาวเหยียด แต่อยากอัพวิธีที่เราเพิ่งเจอเมื่อวันเสาร์ ( 9 ก.ค. 54 (วันเกิดป๊อบปี้หรือเปล่าหว่า)) เพื่อรับมือกับอาการของเราดีกว่า
 
สาเหตุไม่เล่า แต่ขอเท้าความหน่อยว่าอาการมันออกตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ที่จู่ๆเราก็คลื่นไส้ตอนเช้า แล้วลามต่อด้วยตื่นมาอาเจียน บางวันแทบลุกจากที่นอนมาอาเจียนไม่ทัน อาเจียนออกมาก็มีแต่น้ำย่อย น้ำดี น้ำอะไรเปรี้ยวๆในกระเพาะอาหารนั่นแหละค่ะ
 
เรายังถามน้องๆเล่นๆเลยว่าอาเจียนตอนเช้าทุกวันนี่เป็นโรคไรเนี่ย น้องๆตอบได้น่ารักมากว่า "แพ้ท้อง" (คนจะทำให้ท้องยังมะมีเลย)
 
กว่าเราจะตัดสินใจไปหาหมอก็มีนาคมมั้งคะ คืออาการมันหนักขึ้นๆ ทั้งอาเจียน ทั้งหดหู่ หัวใจหนักอึ้ง ซึม แต่ตอนแรกก็ไปหาหมอโรคกระเพาะก่อนนะ หาจนหมอนัดตรวจเป็นเดือน จนตรวจอะไรไม่เจอแล้ว
 
แถมยังมีคนมาทักอีกว่าเราโดนคุณไสย ให้มีการอาบน้ำมนต์ บูชาราหู เอาวะ ไอ้ขวัญทำหมดเลย แต่ยิ่งทำก็ไม่ดีขึ้น หดหู่มากขึ้น นั่งรถไปไหว้ราหูก็นั่งร้องไห้ไปตลอด ร้องไห้ทุกวัน โลกมันหนักไปหมด ราวกับพังทลาย รักษากันจนกระทั่งกลางเมษายน หมอโรคกระเพาะให้ยามาทานชื่อ Remeron
 
ปรากฎว่าหยุดอาเจียนค่ะ และ้ก็ได้คำวินิจฉัยว่า เป็นโรคซึมเศร้า เพราะยาตัวนี้จะไปเพิ่มระดับเซโรโทนินในสมอง ก็สารความสุข ช่วยลดอาการซึมเศร้าค่ะ
 
ตอนแรกก็ไม่เชื่อ กินยาไปก้กลับมีความสุขร่าเริงดี จนกระทั่งยาหมดได้ 2 วัน ไ้อ้ขวัญนั่งร้องไห้อีกแล้ว อาการตามติดมาในเดือนพฤษภาคม คือ "ตื่นกลางดึกแล้วนอนไม่หลับยันเช้า"
 
ทีนี้ก็ไทำงานแบบหัวเบลอๆ เิดินไม่ตรงทางสิคะ ดิฉันก็เริ่มปิดประตูห้องทำงาน ร้องไห้ ทำงานไม่ได้ นั่งร้องไห้ตลอด กินอะไรไม่ลง น้ำหนักตัวเริ่มลด
 
เลยแก้ปัญหาด้วยการไปฟิตเนส แม่ให้ไปเล่นโยคะ ไปออกกำลังกาย แต่อิชั้นก็ไปแบบซึมๆค่ะ ตอนเหงื่อออกก็ไม่คิดอะไร แต่พอกลับมาบ้านก็ร้องไห้อีก (ผลาญทิชชู่จริงๆ)
 
หัวหน้าทนเห็นสภาพไม่ได้แนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ แล้วเราก็ไปพบจิตแพทย์ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมค่ะ ก็ยาที่ได้ก็คือยาแก้โรคซึมเศร้านี่แหละ คุณหมอให้ทาน Nortrilen กับ tranxene แต่ก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น ยังเป็นนางเอกที่เรียกน้ำตาได้เก่งกาจเหลือเกิน
 
บางทีก็เจ็บหัวใจ เหมือนจะตาย ต้องเอามือกดหน้าอกไว้ ช่วงวันหยุดยาวกลางเดือน พ.ค. เราก็ไปบำเพ็ญประโยชน์กับมูลนิธิศุภนิมิตรที่จังหวัดแพร่ เอาของไปแจกเด็กๆที่โรงเรียนบนเขา ไปทาสีโรงเรียน ไปเยี่ยมเด็กที่เราอุปการะไว้ (อยากอัพบล็อกด้วยเหมือนกันค่ะ อยากเอารูปกิจกรรมดีๆมาเผยแพร่) แต่ขอโทษเถอะนั่งรถตู้ไปน้ำตาเดี๊ยนก็ไหลเป็นทาง (ดีว่าคนอื่นหลับหมดทั้งรถค่ะ)
 
เราอัพเรื่องของเราไว้ในบล็อกดอลล์ด้วยก็เลยได้รับคำแนะนำจากน้องๆหลายๆท่านที่เป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน เราเริ่มอ่านหนังสือธรรมะ เริ่มนั่งสมาธิ อ่านหนังสือปรัชญาชีวิตต่างๆ ประเภทชำระจิตชำรุด เข็มทิศชีวิต ธรรมะสร้างสุข
 
ยิ่งอ่านยิ่งร้องไห้ค่ะ
 
เราเสียใจ ที่เรามีความสุขไม่ได้ เราถึงกับกรี๊ดๆๆออกมาเลย ใครก็ได้ช่วยฉันที ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันให้พ้นจากสภาพนี้ที
 
แล้วเราก็เริ่มคิดฆ่าตัวตายค่ะ
 
ใช่แล้วล่ะค่ะ เราหมดแรงที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว เราไม่อยากมีชีวิตอยู่ เราอยากตาย จนวันหนึ่งเราทนไม่ไหวเราร้องไห้ทั้งวันจนหมดแรง จนตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาพี่ที่รู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน พี่เขานัดให้เราไปค้างที่บ้านเขา คุยกัน ให้คำแนะนำ เล่าประสบการณ์ของเขาว่าเขาเป็นยังไง ทำยังไง (ตอนนี้พี่เขาก็ยังไม่หายนะคะ เป็นมาปีหนึ่งแล้ว แต่พี่เขาเชื่อว่ามันจะต้องดีขึ้นและดีขึ้นค่ะ)
 
เราเอาคำแนะนำของพี่เขามาใช้ หอบหนังสือมาจากบ้านพี่เขาตั้งใหญ่ หวังว่าจะค้นพบวิธีที่จะหาย
 
แต่เราไม่พบค่ะ ไม่พบเลยจริงๆ
 
ณ ตอนนั้นความรู้สึกของเราคือสิ้นหวังมากๆ คิดแต่ว่าทำไมหาหมอแล้วไม่หาย อ่านหนังสือธรรมะแล้วไม่เจอ ใช่ตอนนี้เรามีทุกข์ เราอ