Office Syndrome
posted on 05 Oct 2009 20:04 by jjapha in Miscellaneousอยากอัพบล็อกนี้บ้างค่ะ avatar อุตส่าห์เป็นหน้าไอ้ลุค แต่เหมือนแม่มันจะลำเอียง อัพแต่บล็อกไอ้หัวแดง (แต่ก็เอารูปไอ้ลุคไปขึ้นหัวบล็อกแล้วนา)
จริงๆอยากอัพเรื่องที่เพิ่งได้เรียนรู้มาเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน แต่ต้องใส่รูปเยอะ ก็เลยประมาณว่าขอแปะไว้ก่อนละกัน (คงลืม) ส่วนครั้นจะพาไปเที่ยว นี่ก็รูปอีก ก็เลย ง่า อัพแบบตัวหนังสือไปก่อนดีกว่า
(สรุปคือมันขึ้เกียจ ย่อรูป อัพรูป ใส่ข้อมูลสินะ)
เรื่อง office syndrome คาดว่าคงจะมีคนอัพกันเยอะแล้ว จริงๆตัวเองก็เหมือนจะได้ยินได้เห็นผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่ไม่ได้สนใจอะไร ตอนนั้นแบบว่าเพิ่งจบ อายุ 20 ต้นๆ ยังทำงานไหว ดึกดื่นปานฉะไหน นั่งซดมาม่าแทนข้าว อิชั้นก็อยู่ได้สบายดี
แต่ตอนนี้มันแก่เลี้ยวววว แถมยังใช้ชีวิตบัดซบเหมือนเดิม ปรากฏว่าร่างกายประท้วง เห็นได้จากล้มหมอนนอนเสื่อบ่อยๆ
เห็นข้อมูลนี้จากหนังสือ Sawasdee Actuary ฉบับที่ 13 ปี 2552 พลิกๆไปเจอบทความท้ายเล่มถึงกับอึ้ง
ทั้งหมด 9 โรค อิชั้นปาไป 8 โรค
โรคพวกบ้าออฟฟิสได้แค่ 1. ผมร่วง 2. ปวดหัวและไมเกรน 3. ปวดตา น้ำตาแห้ง 4. ไซนัส 5. ปากเหม็น 6. ปวดคอ ปวดไหน่ และปวดหลัง 7. โรคอ้วน 8. โรคกระเพาะ 9. ริดสีดวง
OTL
เมื่อวันเสาร์พาลคิดไปว่าตัวเองจะตายแล้ว ปวดหัวมาก หายใจไม่ออก กินยาไมเกรนเข้าไป ปรากฎว่ามีผลกับกระเพาะ ไข้ขึ้นอีก นอนตั้งแต่ 4 โมงเย็นก็ไม่ช่วย ทานข้าวก็ไม่ลง อยากอาเจียน ตอนเช้าวันอาทิตย์ไปหาหมอที่โรงพยาบาล......
หมอให้น้ำตาเทียมกับ ยาแก้ปวดหัว
OTL
วันนี้เปลี่ยนเอาแว่นอีกอันมาใช้ ไม่ปวดหัวนะจริงๆเลนส์สายตามันเท่ากัน แต่แว่นอันนี้เลนส์ใหญ่กว่าก็เท่านั้นเอง
หรือว่าจะติดนิสัยมองลอดแว่น?
สุดท้ายนี้ น้ำตามีไว้เพื่ออะไร
1. เอาไว้เล่นมิวสิค
2. เอาไว้อ้อนผู้ชาย
3. เอาไว้ล้างตาเวลาฝุ่นเข้าตา
4. เอาไว้ระบายไอ้ก้อนแข็งๆในอก ก่อนที่คนๆหนึ่งจะกลายเป็นบ้า

#1 By Arcobaleno on 2009-10-05 20:23